A V P

Loading





แอร์รถเย็นฉ่ำต้องดูแลยังไง ?!

“ตรวจเช็คสภาพแอร์รถ” เบื้องต้น ดังนี้

 

1.เช็คน้ำยาแอร์ก่อน

 

    ขั้นตอนแรกก็ง่ายๆครับ เปิดฝากระโปรงและตรวจสอบระดับน้ำยาแอร์ ซึ่งช่องตรวจสอบน้ำยาจะอยู่ระหว่างแผงระบายความร้อนทางด้านหน้ารถ ถ้าเห็นฟองอากาศมากแสดงว่าน้ำยาแอร์เริ่มน้อยแล้ว ควรนำรถไปเติมน้ำยา แต่ถ้าหากน้ำยาแอร์มีปริมาตรปกติมันจะมีลักษณะใสและมีฟองอากาศเพียงเล็กน้อย และควรตรวจเช็คทุกๆ 2 ปีนะครับ

 

2.ตรวจดูรอยรั่วของระบบแอร์ 

 

    ต่อจากน้ำยาแอร์ ก็มาถึงระบบแอร์ เนื่องจากระบบแอร์เป็นระบบปิดจึงไม่ควรเกิดรอยรั่วเองได้ นอกจากมีการสึกหรอหรือหมดสภาพของอุปกรณ์ ซึ่งสังเกตได้จากน้ำมันหล่อลื่นบริเวณคอมเพรสเซอร์มีรอยซึมติดเป็นคราบ ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะชิ้นส่วนที่เป็นโลหะผุ ก็อาจเป็นที่ท่อยาง หรือแหวนกันรั่ว(โอ-ริง) เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งานครับ นอกจากนี้แต่ถ้าหากสังเกตจากเห็นน้ำที่กลั่นตัวและหยดลงบนพื้นถนน มีคราบน้ำมันปนอยู่ด้วย แสดงว่าอาจเกิดรอยรั่วบริเวณรังผึ้งทำความเย็น หรือตู้แอร์(อีแวพอเรเตอร์) ควรรีบติดต่อทางช่างโดยตรงครับ

 

3.ตรวจเช็คความสะอาดตัวกรองแอร์ 

 

    ชิ้นส่วนนี้เป็นอุปกรณ์นึงที่ควรตรวจเช็คและทำความสะอาดให้เรียบร้อย เพราะเป็นตัวดักจับสิ่งสกปรกที่ช่วยให้ห้องโดยสารของเรามีอากาศที่สดชื่นและดูแลระบบแอร์ของเราให้ใช้ได้นาน แต่ถ้าหากปล่อยให้มีฝุ่นหนาหรือชำรุด อาจส่งผลกับระบบแอร์ให้ทำงานหนักขึ้น พี่หมีจึงแนะนำว่าเราควรทำความสะอาด ด้วยการเป่าฝุ่น 1-2 เดือนต่อครั้ง หรือเปลี่ยนทุก 20,000กิโลเมตรนะครับ

 

4.ตรวจเช็คความสะอาดของรถคุณ 


        เพื่อนๆคงงงว่าความสะอาดของรถจะเกี่ยวอะไรกับแอร์รถยนต์ แนะนำว่าให้นำรถไปล้างอัดฉีดน้ำแรงๆ ให้บอกคนล้างรถช่วยจัดการกับแผงระบายความร้อนด้านหน้ารถด้วยนะครับ เพราะพี่เขาจะช่วยกำจัดเศษฝุ่น คราบใบไม้และสิ่งสกปรกอื่นๆ ที่ติดอยู่บริเวณนั้น ถึงไม่เกี่ยวกับระบบปรับอากาศรถยนต์โดยตรง แต่การที่เราทำความสะอาดบริเวณนั้นจะช่วยให้การระบายความร้อนของน้ำยาดีขึ้นและทำให้แอร์เย็นเร็วขึ้นด้วยครับ และการทำความสะอาดภายในรถจะช่วยลดกลิ่นอับด้วยนะครับ

 

5.ตรวจเช็คระบบที่ศูนย์หรือร้านแอร์ 

        ถ้าหากเพื่อนได้ทำความสะอาดและตรวจเช็คจุดต่างๆแล้ว แนะนำว่าให้เข้าตรวจที่ศูนย์หรือร้านเพิ่มเติมนะครับ เพราะถ้าหากเราไม่มีความรู้รายละเอียดเบื้องลึก เพื่อจะได้รู้ว่ามีจุดไหนบ้างและชิ้นส่วนไหนเสียหายและควรทำการรีบเปลี่ยนครับ  ไม่จำเป็นต้องรอให้แอร์ไม่เย็นเสมอไปนะครับ ไม่งั้นอาจเสียค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็นนะครับ เพราะแอร์ต้องการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อถนอมและยืดอายุการใช้งานครับ